9 อาหารลดความดันโลหิต พิชิตสุขภาพดี

โรคความดันโลหิตสูง ภัยเงียบใกล้ตัวกว่าที่คิด สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินแบบไม่ได้สนสุขภาพ แล้วกินยังไงถึงลดความดันโลหิตสูงได้ต้องประกอบด้วยแร่ธาตุจำเป็น 3 ชนิด คือ โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งอาหารที่มีแร่ธาตุจำเป็นจำพวกนี้ อาทิ

1.ถั่วขาว

ในเมล็ดถั่วขาวจะมีแร่ธาตุแมกนีเซียมสูงถึงร้อยละ 30 เลยทีเดียว แต่หากจะกินถั่วขาวบรรจุกระป๋องควรระวังเรื่องปริมาณโซเดียมด้วย ทางที่ดีควรตักเนื้อถั่วขาวแยกออกมาจากน้ำ ทิ้งไว้ข้ามคืนก่อนนำมาปรุงอาหารก็จะดี

2. เนื้อสันใน

ควรเลือกทานตรงส่วนที่ไม่ติดมัน เพราะเนื้อในส่วนนี้จะอุดมไปด้วยโพแทสเซียมร้อยละ 15 และยังมีคอเลสเตอรอลน้อยกว่าเนื้อส่วนที่ติดมัน แต่ควรกินไม่ให้เกิน 70 กรัมต่อวัน หรือ 5-6 ชิ้นแบบพอดีคำ ถึงจะดีต่อสุขภาพและลดความโลหิตได้

3. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

โยเกิร์ตจะอุดมด้วยแมกนีเซียมร้อยละ 12 โพแทสเซียมร้อยละ 18 และยังมีแคลเซียมสูงถึงร้อยละ 49 ช่วยลดความดันโลหิตได้ดี ในขณะเดียวกันก็จะได้รับน้ำตาลที่มาจากส่วนประกอบอื่น ๆ ในโยเกิร์ตด้วย เช่น ชิ้นเนื้อผลไม้ รสปรุงแต่ง ทางที่ดีควรเลือกทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติจะดีกว่า

4. ปลานิล

ในเนื้อปลาเนื้อขาวส่วนใหญ่จะอุดมไปด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียม และโพแทสเซียม ร้อยละ 8 ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน ปลานิลจึงมีประโยชน์ต่อคนที่เป็นความดันโลหิต แต่ควรระวัง สารพิษตกค้าง เช่น สารปรอท และ สารสังเคราะห์โพลีคลอริเนตไบฟีนิล ซึ่งเป็นสารที่อันตรายต่อ ตับ ผิวหนัง และทางเดินอาหาร เป็นต้น ก่อนนำมาปรุงอาหารควรทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน

5. พริกหยวกแดง

พริกหยวกแดง หรือพริกหวานจะมีแร่ธาตุโพแทสเซียมร้อยละ 9 ที่จะช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตให้เป็นปกติ แต่ห้ามเก็บพริกหยวกแดงไว้ในตู้เย็นนานเกิน 10 วัน เพราะจะสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้

6. บรอกโคลี

บรอกโคลีเป็นผักในตระกูลกะหล่ำ มากไปด้วยคุณประโยชน์ทางโภชนาการ เพราะในบรอกโคลีเพียงหัวเล็ก ๆ ก็อุดมด้วยโพแทสเซียมถึงร้อยละ 14 ที่จะสามารถช่วยปรับสมดุลระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ และป้องกันความดันโลหิตสูง

7. อะโวคาโด

เป็นผลไม้ที่มีกรดไขมันชนิดดี (HDL) สามารถช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL) ในกระแสเลือดได้ โดยเฉพาะไขมันเลวอย่างคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ และนอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียมถึงร้อยละ 10 ที่จะช่วยคงสมดุลของระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติได้

8. มันเทศ

ในเปลือกของมันเทศแทบทุกสายพันธุ์จะอุดมไปด้วยโพแทสเซียมถึงร้อยละ 15 แต่หากบริโภคแบบปอกเปลือกจะได้ประโยชน์จากโพแทสเซียมในเนื้อมันเทศร้อยละ 10 อีกทั้งยังได้คาร์โบไฮเดรต ทำให้อิ่มท้อง ร่างกายนำ ไปเผาผลาญเป็นพลังงานได้ อีกด้วยด้วย

9. กล้วย

กล้วยอุดมไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียมมากถึงร้อยละ 12 และมีคุณสมบัติกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารเซโรโทนิน จึงรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นได้ทันตา

อาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญกับสุขภาพของเรา กินอย่างไรได้อย่างนั้น ถ้าอยากกินอร่อยแต่สุขภาพยังดี ป้องกันความดันโลหิตสูง ให้เครื่องปรุงลดเกลือโซเดียมดูแลสุขภาพคุณ เพราะใช้แทสเซียมแทนเกลือโซเดียม >> คลิก <<

Related News