รู้จักเทคนิคการจัดสำรับไทย สูตรจัดอาหารง่าย ๆ กับดีไซน์ที่ใช่

เมื่อกาลเวลาที่เปลี่ยนไป ทำให้การทานข้าวในสมัยนี้ แตกต่างออกไปกับคนในสมัยก่อน เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมของคนในสมัยนี้มักคอยกระตุ้นให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างเร่งรีบเสมอ การทำอาหารจึงเน้นทำเป็นเมนูอาหารง่าย ๆ หรือ สูตรอาหารง่าย ๆ ที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก แตกต่างจากการทำอาหารหรือแม้แต่การทานอาหารในสมัยก่อน ที่เป็นสิ่งที่ค่อนข้างพิถีพิถัน ให้เวลา และใช้ความประณีตอย่างมาก โดยเฉพาะการสร้างสรรค์เมนูอาหาร ที่ไม่ได้เน้นให้เป็นแค่เมนูอาหารง่าย ๆ หรือสูตรอาหารง่าย ๆ แต่ยังต้องเน้นความเข้ากัน ความหลากหลาย ของอาหารแต่ละประเภท ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะแสดงออกมาผ่านสิ่งที่เรียกว่า “สำรับอาหาร”

“สำรับอาหารของไทย” ถือเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่ผู้จัดต้องใช้ความใส่ใจ ความพิถีพิถัน เพื่อความสมดุลของอาหาร เน้นไม่ให้มีอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งมากจนเกินไป และยังคำนึงไปถึงรสชาติของอาหารนั้น ๆ ด้วย โดยการจัดสำรับที่ดีจะต้องประกอบไปด้วย เครื่องจิ้มกินคู่กับผักสดหรือผักลวก โดยเครื่องจิ้มนั้นจะนิยมทำเป็นน้ำพริก หรือ หลน เครื่องแนม และแกง ยกตัวอย่าง เช่น น้ำพริกกะปิทานคู่กับผักลวก มีเครื่องแนมเป็นปลาทูทอด และแกงเขียวหวานเนื้อเป็นเมนูแกงในสำรับนั้น ซึ่งกับข้าวอาจจะมาก-น้อยแล้วแต่ความต้องการของเจ้าของบ้าน โดยแต่ละภูมิภาคก็มีการจัดสำรับที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

1. ภาคเหนือ : เรียกสำรับอาหารกันว่า “ขันโตก” ซึ่งการจัดสำรับอาหารแบบเหนือนั้น ส่วนใหญ่จะใช้อาหารที่เป็นอาหารเหนือขนานแท้ เช่น การใช้แกง เป็นแกงฮังเล มีน้ำพริกเป็นน้ำพริกอ่องทานคู่กับผักต้มหรือผักนึ่ง และมีไส้อั่วเป็นเครื่องแนม หรือบางบ้านอาจจะใช้แคบหมูก็ได้

2. ภาคอีสาน : การจัดสำรับของทางภาคอีสานอาหารหลักจะเป็นข้าวเหนียว ไม่มีชื่อเรียกเฉพาะ โดยมักจะประกอบไปด้วยประเภทอาหารดังนี้

1. อาหารประเภทแกง โดยส่วนใหญ่แล้ว อาหารของชาวอีสานมักไม่นิยมใส่กะทิ ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของแกงน้ำใส ได้แก่ ต้มส้ม แกงผักหวาน แกงหน่อไม้ มากกว่า
2. อาหารประเภทยำและพล่า ได้แก่ ลาบ ส้มตำ น้ำตก
3. อาหารประเภทเครื่องจิ้ม จำพวก จิ้มแจ่ว หรือน้ำพริกปลาร้า
4. อาหารประเภทปิ้งย่าง เช่น ปลาดุกย่าง เนื้อย่าง หรือหมกเครื่องใน
5. อาหารประเภทเครื่องเคียง เช่น แจ่วพริกแห้ง

3. ภาคกลาง : อาหารของภาคนี้จะเน้นทานกับข้าวเจ้า โดยอาหารในสำรับจะจัดออกมาเป็น 5 ประเภท ได้แก่

1. เครื่องแกง อย่าง แกงพะแนง แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น แกงเลียง
2. เครื่องจิ้ม อย่าง น้ำพริกกะปิ หลน แสร้งว่า
3. เครื่องแนม เช่น ปลาทูทอด กุ้งเค็ม กุ้งเผา
4. อาหารประเภทผัด เช่น ผัดกะเพรา ผัดเปรี้ยวหวาน ผัดวุ้นเส้น
5. ยำ ได้แก่ เมนูพล่าต่าง ๆ

4. ภาคใต้ : เรียกสำรับอาหารว่า “หมับ” โดยอาหารส่วนใหญ่จะมีรสเผ็ดจัด เน้นกลิ่นเครื่องแกง และนิยมทานคู่กับข้าว โดยแบ่งเป็นแต่ละประเภทตามนี้

1. เครื่องแกง เช่น แกงไตปลา แกงเหลือง แกงคั่ว เป็นต้น
2. อาหารประเภทยำ ค่อนข้างคล้ายกับอาหารของทางภาคกลาง แต่จะนิยมใช้วัตถุดิบจากในท้องถิ่นเสียมากกว่า เช่น ยำลูดมุด ยำมะม่วงเมา พล่าเนื้อสด พล่ากุ้ง เป็นต้น
3. เครื่องจิ้ม จำพวก น้ำพริกกุ้งเสียบ หรือหลนบูดู
4. เครื่องแนม ได้แก่ ปลาเค็ม ปลาอินทรี ปลากระบอกทอด หอยแมลงภู่
5. อาหารประเภทผัด แบ่งเป็นผัดที่มีรสเผ็ดและไม่เผ็ด ซึ่งสามารถเป็นประเภทไหนก็ได้ เช่น สะตอผัดกุ้ง คั่วกลิ้ง หรือ ใบเหลียงผัดไข่

Good Life For You สามารถพูดได้เต็มปากว่า การจัดสำรับอาหารไทย นอกจากความประณีต พิถีพิถันในการทำอาหารแล้ว ยังถือว่าเป็นศาสตร์ศิลปะค่อนข้างมากเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าปัจจุบันเราจะไม่ค่อยได้เห็นการจัดสำรับเหมือนในสมัยก่อนแล้วก็ตาม แต่มรดกในการคัดเลือกประเภทอาหารในการทานแต่ละมื้อก็ยังส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน และดูเหมือนว่าเมนูประเภทแกง มักจะเป็นเมนูหลัก ในสำรับของไทย การทำให้อร่อย เข้มข้น ถึงใจ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ตัวช่วยทำเมนูแกงง่าย ๆ ต้องนี่เลย “รอยไทย” น้ำแกงพร้อมปรุงที่มีรสชาติเข้มข้นถึงใจ อร่อยแค่ไหนอยากให้ชิมด้วยตัวเอง >> คลิก <<

Related News